f
title
แขวงทางหลวงสงขลาที่ 1
SONGKHLA1 HIGHWAY DISTRICT
วิสัยทัศน์ : พัฒนา บำรุงรักษาทางหลวง เพื่อความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยและสวยงาม
 
ข่าวสารทางหลวง
title
ตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี2564

ด้วยในเทศกาลสงกรานต์ 2564  ซึ่งเป็นเทศกาลที่สำคัญเทศกาลหนึ่งของชาวไทย และมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน ประชาชนจะใช้เวลาในวันหยุดเดินทางท่องเที่ยวเยี่ยมญาติและกลับภูมิลำเนา เป็นเหตุให้สภาพจราจรหนาแน่น อาจก่อให้เกิดญหาการจราจรติดขัดและอาจมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ ดังนั้นเพื่อเป็นการบรรเทาปัญหาต่างๆที่อาจเกิดขึ้น และอำนวยความสะดวก ปลอดภัยในการจราจร แขวงทางหลวงสงขลาที่1จึงจัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกและปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564  ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2564 ถึงวันที่ 16 เมษายน 2564 โดยปฏิบัติงานตลอด 24 ชั่วโมง 1. ศูนย์ประสานงาน 7 แห่ง     1.1 สำนักงานแขวงทางหลวงสงขลาที่1 เลขที่ 4 ถ.ปละท่า ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา  โทร 0-7431-1091  โทรสาร 0-7431-1790     1.2 หมวดทางหลวงสงขลา          โทร 0-7433-3637     1.3 หมวดทางหลวงสิงหนคร        โทร 0-7433-1762     1.4 หมวดทางหลวงหาดใหญ่       โทร 0-7425-4899     1.5 หมวดทางหลวงคอหงส์         โทร 0-7420-9121     1.6 หมวดทางหลวงกำแพงเพชร    โทร 0-7458-4260     1.7 หมวดทางหลวงสทิงพระ        โทร 0-7453-6817 2. จุดให้บริการทั่วไทย จุดร่วมบริการ ณ จุดพักรถโดยสารสาธารณะ หน้าป้อมตำรวจทางหลวงพรุพ้อ  ทางหลวงหมายเลข 4 ตอนเนินพิชัย-พรุพ้อ ที่ กม. 1220+560  (ขาออก) ต.คุหาใต้ อ.รัตภูมิ จ.สงขลา   อยู่ในความรับผิดชอบของหมวดทางหลวงกำแพงเพชร หมายเลขโทรศัพท์  065  493  2463         3. หน่วยบริการเคลื่อนที่เร็ว          โดยอำนวยความสะดวกในการซ่อมแซมและแก้ไขปัญหารถยนต์ขัดข้องเบื้องต้นให้แก่ประชาชนและเหตุฉุกเฉิน อุบัติเหตุบนถนนต่างๆ  พร้อมทั้งบริการเรื่องไฟฟ้าแสงสว่างและสัญญาณไฟจราจรขัดข้อง สามารถติดต่อได้ที่หมายเลขโทรศัพท์          1. นายมนูญ พลายบุญ     หมายเลขโทรศัพท์  081 598  7193
title
กรมทางหลวงแนะนำเส้นทางเลือกช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564

กรมทางหลวง แนะนำเส้นทางเลือกจากกรุงเทพฯ สู่ภูมิภาคต่างๆ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 พร้อมเผย 10 เส้นทางเลือก เพื่อให้ผู้ใช้ทางได้รับความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง สอบถามโทร 1586 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 นี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางและหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงเทศกาลดังกล่าว กรมทางหลวงจึงได้แนะนำเส้นทางเลือกบนทางหลวงสายหลักและสายรอง ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้าได้เป็นอย่างดี ดังนี้ ??กรุงเทพฯ – ภาคเหนือ เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไปรังสิต (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – จ.พระนครศรีอยุธยา – จ.อ่างทอง – จ.สิงห์บุรี (ทางหลวงหมายเลข 32 ถนนสายเอเชีย) – อ.มโนรมย์ (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครสวรรค์ เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป จ.นนทบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340 บางบัวทอง – สุพรรณบุรี) –จ.สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340 สุพรรณบุรี – ชัยนาท) – จ.ชัยนาท (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) จากนั้นมุ่งหน้า สู่จังหวัดนครสวรรค์ เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป รังสิต – อ.วังน้อย – จ.สระบุรี – จ.ลพบุรี (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – อ.ตากฟ้า (ทางหลวงหมายเลข 11) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดพิษณุโลก เส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯไปรังสิต – ต่างระดับคลองหลวง (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – เชียงรากน้อย (ทางหลวงหมายเลข 3214) – ทางหลวงหมายเลข 347 จากนั้นมุ่งหน้าสู่ทางหลวงหมายเลข 32 เข้าสู่ภาคเหนือ เส้นทางที่5 จากกรุงเทพฯไปวงแหวนตะวันออก (ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9) – ต่างระดับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) – อ.วังน้อย (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – ถนนโรจนะ (ทางหลวงหมายเลข 309) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ทางหลวงหมายเลข 32 เข้าสู่ภาคเหนือ ??กรุงเทพฯ – ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯ ไป จ.สระบุรี (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – ต.ม่วงค่อม (ทางหลวงหมายเลข 21) –ต.ห้วยบง อ.เฉลิมพระเกียรติ (ทางหลวงหมายเลข 2256) – อ.สีคิ้ว (ทางหลวงหมายเลข 201) - อ.ด่านขุนทด (ทางหลวงหมายเลข 2148) – อ.ขามทะเลสอ (ทางหลวงหมายเลข 2068) - ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป อ.วังน้อย (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – จ.สระบุรี – อ.ปากช่อง – อ.สีคิ้ว (ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป จ.นครนายก (ทางหลวงหมายเลข 305) – อ.บ้านนา (ทางหลวงหมายเลข 3051) – อ.แก่งคอย (ทางหลวงหมายเลข 3222) – อ.ปากช่อง (ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา หรือจากอ.บ้านนาไร่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 33 มุ่งหน้าสู่อ.กบินทร์บุรีสู่อ.อรัญประเทศ เส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯไป จ.ฉะเชิงเทรา (ทางหลวงหมายเลข 314 หรือ ทางหลวงหมายเลข 304) – อ.พนมสารคาม – อ.กบินทร์บุรี – อ.วังน้ำเขียว – อ.ปักธงชัย (ทางหลวงหมายเลข 304) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา ??กรุงเทพฯ – ภาคตะวันออก เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไป จ.ชลบุรี (ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สาย กรุงเทพฯ – ชลบุรี – พัทยา) เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป อ.บางปะกง (ทางหลวงหมายเลข 34 ถนนบางนา-ตราด) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดชลบุรี โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป อ.พนัสนิคม – จ.ชลบุรี (ทางหลวงหมายเลข 304) ??กรุงเทพฯ – ภาคใต้ เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไป จ.สมุทรสาคร – จ.สมุทรสงคราม (ทางหลวงหมายเลข 35) – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป อ.สามพราน – อ.นครชัยศรี – จ.นครปฐม – จ.ราชบุรี – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป ถนนบรมราชชนนี (ทางหลวงหมายเลข 338 ปิ่นเกล้า – นครชัยศรี) – อ.นครชัยศรี –จ.นครปฐม – จ.ราชบุรี – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายระหว่างเดินทาง สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 และ ตำรวจทางหลวง 1193
title
กรมทางหลวงแนะนำเส้นทางเลือกช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564

กรมทางหลวงแนะนำเส้นทางเลือกช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 กรมทางหลวง แนะนำเส้นทางเลือกจากกรุงเทพฯสู่ภูมิภาคต่างๆ ช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 พร้อมเผย 10 เส้นทางที่รถหนาแน่น เพื่อให้ผู้ใช้ทางได้รับความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง สอบถามโทร 1586 ลงวันที่ 24/12/2563 นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564 นี้ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางและหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงเทศกาลดังกล่าว กรมทางหลวงจึงได้แนะนำเส้นทางเลือกบนทางหลวงสายหลักและสายรอง ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้าได้เป็นอย่างดี กรุงเทพฯ – ภาคเหนือ เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไปรังสิต (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – จ.พระนครศรีอยุธยา – จ.อ่างทอง – จ.สิงห์บุรี (ทางหลวงหมายเลข 32 ถนนสายเอเชีย) – อ.มโนรมย์ (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครสวรรค์ เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป จ.นนทบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340 บางบัวทอง – สุพรรณบุรี) –จ.สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340 สุพรรณบุรี – ชัยนาท) – จ.ชัยนาท (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) จากนั้นมุ่งหน้า สู่จังหวัดนครสวรรค์ เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป รังสิต – อ.วังน้อย – จ.สระบุรี – จ.ลพบุรี (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – อ.ตากฟ้า (ทางหลวงหมายเลข 11) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดพิษณุโลก เส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯไปรังสิต – ต่างระดับคลองหลวง (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – เชียงรากน้อย (ทางหลวงหมายเลข 3214) – ทางหลวงหมายเลข 347 จากนั้นมุ่งหน้าสู่ทางหลวงหมายเลข32 เข้าสู่ภาคเหนือ เส้นทางที่5 จากกรุงเทพฯไปวงแหวนตะวันออก (ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9) – ต่างระดับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย(มจร.) – อ.วังน้อย (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – ถนนโรจนะ (ทางหลวงหมายเลข 309) จากนั้นมุ่งหน้าสู่ทางหลวงหมายเลข 32 เข้าสู่ภาคเหนือ กรุงเทพฯ – ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไป จ.สระบุรี (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – ต.ม่วงค่อม (ทางหลวงหมายเลข 21) – อ.ท่าหลวง (ทางหลวงหมายเลข 2256) – อ.ด่านขุนทด (ทางหลวงหมายเลข 2148) – อ.ขามทะเลสอ (ทางหลวงหมายเลข 2068) - ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป อ.วังน้อย (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – จ.สระบุรี – อ.ปากช่อง – อ.สีคิ้ว (ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป จ.นครนายก (ทางหลวงหมายเลข 305) – อ.บ้านนา (ทางหลวงหมายเลข 3051) – อ.แก่งคอย (ทางหลวงหมายเลข 3222) – อ.ปากช่อง (ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา หรือจากอ.บ้านนาไร่ ใช้ทางหลวงหมายเลข 33 มุ่งหน้าสู่อ.กบินทร์บุรีสู่อ.อรัญประเทศ เส้นทางที่ 4 จากกรุงเทพฯไป จ.ฉะเชิงเทรา (ทางหลวงหมายเลข 314 หรือ ทางหลวงหมายเลข 304) – อ.พนมสารคาม – อ.กบินทร์บุรี – อ.วังน้ำเขียว – อ.ปักธงชัย (ทางหลวงหมายเลข 304) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา กรุงเทพฯ – ภาคตะวันออก เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไป จ.ชลบุรี (ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 สาย กรุงเทพฯ – ชลบุรี – พัทยา) เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป อ.บางปะกง (ทางหลวงหมายเลข 34 ถนนบางนา-ตราด) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดชลบุรี โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป อ.พนัสนิคม – จ.ชลบุรี (ทางหลวงหมายเลข 304) กรุงเทพฯ – ภาคใต้ เส้นทางที่ 1 จากกรุงเทพฯไป จ.สมุทรสาคร – จ.สมุทรสงคราม (ทางหลวงหมายเลข 35) – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพฯไป อ.สามพราน – อ.นครชัยศรี – จ.นครปฐม – จ.ราชบุรี – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เส้นทางที่ 3 จากกรุงเทพฯไป ถนนบรมราชชนนี (ทางหลวงหมายเลข 338 ปิ่นเกล้า – นครชัยศรี) – อ.นครชัยศรี –จ.นครปฐม – จ.ราชบุรี – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้แขวงทางหลวงในพื้นที่ดำเนินการอำนวยความสะดวกและปลอดภัยใน 10 เส้นทาง ที่มีการจราจรหนาแน่น ได้แก่ 1. ดอนเมือง – รังสิต – ต่างระดับบางปะอิน (ทล.1) – อยุธยา – บางปะหัน – อ่างทอง – สิงห์บุรี – ชัยนาท – อุทัยธานี – นครสวรรค์ (ทล.32) ระยะทาง 172 กม. 2. ลาดบัวหลวง – สุพรรณบุรี – ชัยนาท (ทล.340) ระยะทาง 164 กม. 3. ต่างระดับบางปะอิน – วังน้อย – หนองแค – สระบุรี (ทล. 1) – แก่งคอย – ปากช่อง – ลำตะคอง – สีคิ้ว – แยกปักธงชัย – นครราชสีมา (ทล.2) ระยะทาง 195 กม. 4. รามอินทรา – มีนบุรี – หนองจอก – แยกฉะเชิงเทรา/พนัสนิคม – ฉะเชิงเทรา – ปราจีนบุรี – กบินทร์บุรี – แยกปักธงชัย (ทล.304) ระยะทาง 278 กม. 5. รังสิต – ธัญบุรี – องครักษ์ – บ้านนา (ทล.305) – กบินทร์บุรี (ทล.33) ระยะทาง 135 กม. 6. ต่างระดับบางขุนเทียน – สมุทรสาคร – บ้านบ่อ – สมุทรสงคราม – ต่างระดับวังมะนาว (ทล.35) ระยะทาง 75 กม. 7. ตลิ่งชัน – ศาลายา – นครชัยศรี (ทล. 338) – นครปฐม – บางแพ – ราชบุรี – ต่างระดับวังมะนาว (ทล. 4) ระยะทาง 120 กม. 8. ทับช้าง – สุวรรณภูมิ – ลาดกระบัง – บางปะกง – หนองขาม – หนองปรือ - พัทยา (ทล.7) ระยะทาง 119 กม. 9. บางนา – บางพลี – บางวัว – บางปะกง (ทล.34) ระยะทาง 38 กม. 10. วงแหวนกาญจนาภิเษกฝั่งตะวันออก และฝั่งตะวันตก (ทล. 9) ระยะทาง 148 กม. ทั้งนี้ หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลการเดินทางเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายระหว่างเดินทาง สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 และ ตำรวจทางหลวง 1193